|
อุ้มผาง
อุ้มผาง เป็น 1 ใน 8 อำเภอของ จ.ตาก อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัด
ห่างจากตัวเมือง 249 กม. ทิศเหนือติด อ.พบพระ จ.ตาก ทิศใต้ติด อ.สังขละบุรี
และ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ทิศตะวันออกติด จ.กำแพงเพชร, จ. นครสวรรค์
และ จ.อุทัยธานี ทิศตะวันตกติดกับประเทศพม่า
แต่เดิมที่อ.อุ้มผางมีชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่ทั้งหมด ต่อมาได้มีคนไทยอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเพิ่มขึ้น
อุ้มผางเดิมเป็นเมืองหน้าด่านชายแดนตะวันตกขึ้นอยู่กับจังหวัดอุทัยธานี
เป็นจุดตรวจหนังสือเดินทางชาวพม่า ที่เข้ามาค้าขายในเขตไทย ในสมัยก่อนชาวพม่าจะนำเอกสารใส่กระบอกไม้ไผ่มีฝาปิดเพื่อป้องกันฝนและการฉีกขาดระหว่างการเดินทาง
เมื่อมาถึงอุ้มผางก็จะเปิดกระบอกไม้ไผ่เก็บเอกสารเพื่อแสดงให้เจ้าหน้าที่ในเขตไทยตรวจประทับตรา
เอกสารที่ว่านี้เรียกเป็นภาษากะเหรี่ยงว่า "อุ้มผะ"
ต่อมาได้เพี้ยนเป็น "อุ้มผาง" ซึ่งเป็นชื่อของอำเภออุ้มผางในปัจจุบัน
การเดินทางผ่านถนนลอยฟ้าสู่อุ้มผาง
"อุ้มผาง" เป็นเมืองท่องเที่ยวในอ้อมกอดของผืนป่า และหุบเขาสูงแห่งสุดท้ายของประเทศไทยที่ยังเหลืออยู่
ผู้ไปเยือนอุ้มผางโดยทางรถยนต์จะได้สัมผ้สกับความงามของ "ถนนลอยฟ้า"
ซึ่งเป็นแนวถนนลาดยางที่คดเคี้ยว 1,219 โค้งลัดเลาะไปในป่าใหญ่และสันเขาสูงสลับซับซ้อน
จากกรุงเทพฯ เดินทางตามทางหลวงหมายเลข
1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ขัยนาท นครสวรรค์
กำแพงเพชร ถึง จังหวัดตาก ระยะทางประมาณ 425 กม. ก่อนถึงตัวจังหวัดตาก
7 กม. จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 105 (ตาก-แม่สอด)
ถึงอำเภอแม่สอด ระยะทาง86 กม. แยกซ้ายมือไปตามทางหลวงหมายเลข 1090
(แม่สอด-อุ้มผาง) ตามเทือกเขาถนนธงชัย เส้นทางคดเคี้ยวสลับซับซ้อน
1,219 โค้งจาก อ.แม่สอด ถึงอุ้มผางระยะทาง 164 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ
4-5 ชม. รวมระยะทาง จาก กทม. 668 กม.
หมายเหตุ
เส้นทางช่วงแม่สอด-อุ้มผาง นักเดินทางควรขับรถด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
และรถที่ใช้ควรมีสภาพดี หรือรถที่มีสมรรถนะสูง เพราะเป็นเส้นทางตัดผ่านเทือกเขา
ถนนมีความคดโค้งมาก มีจุดแวะพักบริเวณกิโลเมตรที่ 84 มีร้านขายอาหาร
และเครื่องดื่ม ผู้ที่เมารถควรรับประทานยาแก้เมารถไว้ล่วงหน้า
ปัจจุบันมีภาคเอกชนเปิดบริการการเดินทางสู่อุ้มผางด้วยเครื่องบินขนาดเล็กจาก
กทม. ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นและจะได้สัมผัสเมืองอุ้มผางในอีกมิติหนึ่ง
บริษัท สยาม จีเอ.จำกัด (Siam GA) บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-อุ้มผาง
สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0 2535 7050 อุ้มผาง โทร. 0 5556 1611-2
หรือ www.sga.aero
เส้นทางท่องเที่ยว
ล่องแพ เดินป่าใน อ.อุ้มผาง
อุ้มผาง-ผาเลือด-ท่าทราย-น้ำตกทีลอซู นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือยางไปตามลำน้ำแม่กลองเริ่มจากอุ้มผางไปขึ้นที่ผาเลือดหรือท่าทราย
ใช้เวลา 3 ชั่วโมง แล้วเดินเท้าไปน้ำตกทีลอซู ใช้เวลาราว 3
ชั่วโมง หรือจะนั่งเรือไปขึ้นที่แก่งมอกีโด้ แล้วจะเดินเท้า หรือจะนั่งช้างไปน้ำตกทีลอซู
ใช้เวลา 4 ชั่วโมง หรือสามารถที่จะเดินเท้าจากบ้านเดลอถึงน้ำตกทีลอซู
ระยะทาง 25 กิโลเมตร ใช้เวลา 7 ชั่วโมง
แต่ถ้าเป็นโปรแกรมทัวร์ทั่่วไปก็จะมีรถกระบะมารับที่ผาเลือดหรือท่าทรายเพื่อเดินทางเข้าสู่น้ำตกทีลอซู
ยกเว้นช่วงหน้าฝนเดือนตุลาคมของทุกปี ที่ทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางจะประกาศปิดเส้นทางไม่ให้รถเข้า
เพื่อรักษาและฟื้นฟูสภาพป่า ประกอบกับเส้นทางเป็นโคลนเละๆเมื่อฝนตก
ขนาดรถโฟร์วีลก็ยังค่อนข้างวิ่งลำบาก แต่อนุญาตให้นั่งช้าง หรือเดินเท้าเข้าไปได้
บ้านกะเหรี่ยงปะละทะ
เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงที่เก่าแก่
ตั้งอยู่ริมลำน้ำแม่กลอง ในเขตอำเภออุ้มผาง เป็นหมู่บ้านที่ได้รับการพัฒนา
มีไฟฟ้าใช้ สถานีอนามัย และโรงเรียน ชาวกะเหรี่ยงที่นี่ยังนิยมการแต่งกายแบบวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเอง
แต่ละบ้านจะมีหูกทอผ้า (เครื่องทอผ้า) ใช้กันเองในหมู่บ้าน สัตว์ที่เลี้ยงไว้
เช่น หมู และไก่ เพื่อสำหรับใช้เป็นอาหาร และเลี้ยงช้างไว้เป็นพาหนะในการเดินทาง
และขนส่ง ชาวกะเหรี่ยงส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม การเดินทาง จากอุ้มผางสามารถใช้เส้นทางอุ้มผาง-บ้านปะละทะ
ประมาณ 27 กิโลเมตร ถึงหมู่บ้านกะเหรี่ยงปะละทะ และจากบ้านปะละทะสามารถเดินป่า
หรือขี่ช้างไปบ้านกระเหรี่ยงโคทะ และน้ำตกทีลอซูได้ ทั้งยังเป็นจุดล่องเรือยางตามลำน้ำแม่กลองไปน้ำตกทีลอเร
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
มีพื้นที่ 1,619,280 ไร่ เป็นเขตป่าอนุรักษ์เพื่อการสงวน และรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
และเป็นผืนป่าตะวันตกที่เป็นต้นกำเนิดของแหล่งมรดกโลก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน
อากาศจะหนาว และเย็นมากในระหว่างเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ พรรณไม้ส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบ
ป่าผลัดใบ สัตว์ป่าที่พบเห็น ได้แก่ เสือลายเมฆ สมเสร็จ เลียงผา
เหยี่ยว นกกระทุง ได้รับการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
เมื่อ พ.ศ. 2532
การล่องแก่งแม่น้ำแม่กลอง
อุ้มผาง-น้ำตกทีลอซู เริ่มต้นจากตัวอำเภออุ้มผาง ไปตามลำห้วยอุ้มผางออกสู่แม่น้ำแม่กลอง
ผ่านธรรมชาติที่สวยงาม ถึง น้ำตกทีลอจ่อ เป็นน้ำตกที่ไหลมาจากยอดผาสูงชัน
น้ำตกแตกกระเซ็นเป็นละอองคล้ายสายฝน และเป็นจุดพักเล่นน้ำอีกแห่งหนึ่ง
โดยล่องเรือผ่านธารน้ำร้อนจนถึง แก่งตะโค๊ะบิ สายน้ำจะไหลเชี่ยวเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว
ผ่านผาเลือด ผาผึ้ง ผาบ่อ ถึงท่าทราย ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วเดินทางต่อโดยรถยนต์ที่มีสภาพดี
มีสมรรถนะสูง ใช้เวลาไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ประมาณ 45
นาที และจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ต้องเดินเท้าไปน้ำตกทีลอซู
ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ในช่วงฤดูฝนเส้นทางรถยนต์จะปิดตั้งแต่ มิถุนายน-พฤศจิกายน
ของทุกปี นักท่องเที่ยวสามารถพักค้างแรมได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
ล่องแก่งอุ้มผางคี
เป็นแก่งระดับยากที่ค่อนข้างอันตรายต้องใช้คนพายเรือยางที่ชำนาญ
และต้องพักที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงอุ้มผางคี (ใช้เวลาประมาณ 2 วัน 1
คืน)
ข้อมูลจำเพาะ : เดินเท้า หรือนั่งช้าง จากบ้านแปโดทะใช้เวลาประมาณ
2-3 ชั่วโมง พักค้างแรมที่บ้านกะเหรี่ยงอุ้มผางคี รุ่งขึ้นเดินป่าหรือนั่งช้าง
ลัดเลาะไปตามลำน้ำอุ้มผาง ไปยังแก่งมะนาว เริ่มตื่นเต้นกับแก่ง ซึ่งมีมากกว่า
70 กว่าแก่ง ขึ้นฝั่งที่บ้านแปโดทะ ใช้เวลาในการล่อง 4-5 ชั่วโมง
/ ระดับแก่ง 2-3-4 / ราคา 1,800-2,500 บาท / คน (มากกว่า 8 คน)
ฤดูกาลท่องเที่ยว : สิงหาคม - ตุลาคม
ติดต่อสอบถาม : ชมรมส่งเสริมการทอ่งเที่ยวอุ้มผาง
โทร. 0 5556 1338
น้ำตกทีลอซู
น้ำตกทีลอซู คำว่า ทีลอซู เป็นภาษากะเหรี่ยง
แปลว่า น้ำตกดำ ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
การเดินทางใช้เส้นทางบ้านแม่กลองใหม่-บ้านเบิ่งเคลิ่ง ระยะทาง 20
กม. ถึง ด่านป่าไม้เดลอแยกซ้ายมือจากถนนใหญ่ เป็นทางลำลองประมาณ27
กม. ถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางเดินเท้าอีก 3 กม. ถึงน้ำตก
ทีลอซู ลักษณะเป็นน้ำตกเขาหินปูนขนาดใหญ่กลางป่าตะวันตก ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล
900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อทอ มีน้ำไหลตลอดปี ความกว้างของน้ำตกประมาณ
500 เมตร แวดล้อมด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์สวยงาม ติดอันดับ 1 ใน 6
ของโลก ถือว่าขนาดใหญ่และสวยที่สุดในประเทศไทย
การเดินทางโดย รถยนต์ : (ควรใช้รถปิคอัพ
หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ)สามารถเข้าถึงที่ทำการเขตฯ เฉพาะในระหว่างเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม
เท่านั้น ในช่วงเดือนอื่นๆ จะต้องใช้วิธีล่องแก่งแล้วเดินเท้าหรือนั่งช้างเข้าไปแทน
ล่องแพ :
นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อผ่านบริษัททัวร์ที่จัดล่องแพในอำเภออุ้มผางได้
การเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง
หรือน้ำตกทีลอซู นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องดำเนินการขออนุญาตก่อน
โดยผ่านการประทับตรา สป. 7 จากกรมป่าไม้ (แบบฟอร์มดังกล่าวสามารถติดต่อผ่านชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว
และอนุรักษ์อุ้มผาง) เพราะพื้นที่นี้ไม่ใช่พื้นที่ท่องเที่ยว เป็นการอนุญาตให้เข้าไปในฐานะผู้ศึกษาธรรมชาติ
โดยเฉพาะในช่วงเวลาเทศกาลวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเขตอำเภออุ้มผางโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น้ำตกทีลอซูเป็นจำนวนมาก
ก่อให้เกิดปัญหาความแออัดในแหล่งธรรมชาติ ตลอดจนปัญหาเรื่องขยะรวมถึงห้องสุขาไม่เพียงพอ
และถนนเสียหาย
ดอยหัวหมด
ดอยหัวหมด เป็นภูเขาที่ลักษณะโล้นเลี่ยน
เหมาะกับการเดินเท้าขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ ของทะเลหมอก โดยเฉพาะในหน้าหนาว
จะมีทะเลหมอกและมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นอันสวยงาม การเดินเท้าจากลานจอดรถใช้เวลาประมาณ
10 นาที
ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. ก็จะสวยแปลกตาไปอีกแบบ เพราะทั้งเขาจะเต็มไปด้วยดอกไม้ป่าดอกเล็กๆสีม่วง
หน้าตาคล้ายดอกเทียนน้อย
ถ้ำตะโคะบิ๊
ถ้ำตะโคะบิ๊ เป็นถ้ำที่ยาวมากและมืด อากาศชื้น ในอดีตเคยเป็นที่พักอาศัยของกองกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์
ปัจจุบันเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวแวะไปท่องเที่ยวชมหินงอกหินย้อย
ควรเตรียมไฟฉายไปด้วย
น้ำตกทีลอจ่อ
น้ำตกทีลอจ่อ หรือน้ำตกสายฝน เป็นน้ำตกที่ไหลจากหน้าผาสู่ห้วยแม่กลอง
และเป็นแหล่งน้ำประปาดิบของชาวอุ้มผาง
หากล่องเรือสายน้ำแม่กลองก็จะ เห็นสายน้ำตกใหลโปรยปรายคล้ายสายฝนตกตลอดเวลา
ถ้าล่องแพจากอุ้มผางไม่เกินช่วง 9 โมเช้า เมื่อมาถึงน้ำตกจุดนี้ก็จะเห็นแสงอาทิตย์ทำมุมกับละอองน้ำจนเกิดเป็นสายรุ้งงดงามมาก
น้ำตกทีลอเล
น้ำตกที่ลอเล เป็นน้ำตกที่อยู่ทางใต้สุดของ
อ.อุ้มผาง เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่ไหลตกสู่ห้วยแม่กลอง การเดินทางไปท่องเที่ยวต้องล่องเรือยางไปประมาณวันครึ่ง
ขากลับต้องเดินป่าออกบ้านกะเหรี่ยงปะละทะหรือกะเหรี่ยงบ้านเซปละ
ซึ่งใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 1 วัน น้ำตกทีลอเลแปลว่าน้ำตกหิน
และจัดว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวขาลุย
บ้านโบราณในอุ้มผาง
อุ้มผางเป็นชุมชนเล็กๆ มีวัฒนธรรมการดำรงชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย
ลักษณะการสร้างบ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ชั้นเดียว หลังคามุงด้วยวัสดุท้องถิ่น
เช่น ใบตองตึง แป้นเกล็ดไม้ และกระเบื้องดินเผา ตัวบ้านยกสูง ใต้ถุนเปิดโล่ง
มีบันไดขึ้นด้านหน้า ชานบ้านมีม้านั่งขนานกับขอบระเบียง รั้วบ้านทำด้วยปีกไม้
ปัจจุบันยังมีให้เห็นกันอยู่บ้าง แต่ด้วยการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
บ้านไม้โบราณในอุ้มผางจึงหาดูได้ยากขึ้นทุกที
|