headumpang
Trip

เส้นทางR3 E ( วันที่ 26 ก. พ. - 1 มี.ค. 2550 )

ภาพทริป การสำรวจเส้นทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทย-ลาว-จีน นำโดยท่านผู้ว่าฯ จ.เชียงราย
เชียงของ-ห้วยทราย-หลวงน้ำทา-บ่อเต็น-เชียงรุ้ง หรือ สิบสองปันนา





เส้นทางคุนหมิง- กรุงเทพ R3A เตรียมเปิดในวันชาติจีน2550

 

ผลจากการจัดงานสัมมนาเรื่องความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ระหว่างไทย-จีนเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2550 ที่นครคุนหมิง จัดโดยกระทรวงพาณิชย์แห่งประเทศไทย และ The Chartered Institute of Logistics & Transport - China

งานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจากประเทศไทยกว่า 70 คน ทั้งจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม และผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2001 มณฑลยูนนานมีนโยบายที่จะทำให้มณฑลยูนนานเป็นเมืองท่าทางการค้าที่สำคัญที่จะเชื่อมโยงประเทศจีนกับประเทศต่าง ๆ ในเอเชียอาคเนย์ และเอเชียใต้ โดยได้เร่งพัฒนากรอบความร่วมมือต่าง ๆ อาทิ เขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน กรอบความร่วมมือบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง และ กรอบความร่วมมือ Pan Pearl River Delta (PPRD) พร้อมกับได้พัฒนาเส้นทางการคมนาคมทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เส้นทาง R3 เป็นหนึ่งในความสำเร็จที่เกิดจากความพยายามที่จะพัฒนาให้มณฑลยูนนานเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ภายหลังที่เส้นทางนี้เปิดใช้จะทำให้ระยะเวลาการเดินทางจากนครคุนหมิงถึงกรุงเทพฯ ลดลงจาก 42 ชั่วโมง เหลือเพียง 20 ชั่วโมง

 

นายพิษณุ เหรียญมหาสาร รองปลัดกระทรวงพาณิชย์แห่งประเทศไทยได้กล่าวว่า มีบุคคลที่เกี่ยวข้องได้เปิดเผยว่าเส้นทาง R3 จะเปิดใช้ในวันชาติจีนปีนี้ หรือวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 2007การสัมมนาในครั้งนี้ได้มีการหารือกันเรื่องนโยบายและกฎระเบียบด้านพิธีการศุลกากร โดยดร. มนตรี  ศรีนราวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคมแห่งประเทศไทยได้กล่าวว่า หากประเทศจีน ลาว พม่า และไทยไม่มีการกำหนดนโยบายและกฎระเบียบด้านพิธีศุลกากรร่วมกัน จะก่อให้เกิดปัญหาเรื่องสินค้าค้างบริเวณชายแดน

เนื่องจากปัจจุบันแต่ละประเทศยังมีนโยบายและกฎระเบียบด้านพิธีการศุลกากรที่แตกต่างกัน ในขณะที่นายหวาง เต๋อหรง (Wang Derong) รองประธานบริหารกลุ่มการคมนาคมขนส่งแห่งประเทศจีนได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ประเด็นที่สำคัญในขณะนี้คือเราจะจัดการและใช้ประโยชน์จากเส้นทางเส้นนี้ได้อย่างไรบ้าง ทำอย่างไรให้ต้นทุนค่าขนส่ง และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในการใช้เส้นทางเส้นนี้ต่ำสุด การเจรจาหาข้อตกลงร่วมกันระหว่าง 4 ประเทศเรื่องนโยบายและกฎระเบียบด้านพิธีการศุลกากรจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น

นายเกริกไกร จีระแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวในงานสัมมนาในครั้งนี้ว่าเมื่อเส้นทาง R3 นี้เปิดใช้จะทำให้การค้าระหว่างไทยและจีนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในอดีตการขนส่งสินค้าโดยเส้นทางแม่น้ำโขงจากตอนใต้ของจีนไปถึงภาคเหนือของไทยไม่ค่อยสะดวก แม้ว่าระยะเวลาการขนส่งจากจีนไปไทยนั้นจะใช้เวลาเพียง 1 วัน แต่หากเดินทางจากไทยมาจีนจะต้องใช้เวลาถึง 3 วัน เมื่อเส้นทางดังกล่าวนี้เปิดใช้จะทำให้ประสิทธิภาพการขนส่งดีขึ้น และมีต้นทุนที่ต่ำลง อย่างไรก็ตาม ภาครัฐที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องศึกษา พร้อมทั้งหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากเปิดใช้เส้นทางนี้  เกี่ยวกับประเด็นเรื่องพิธีการศุลกากรและการตรวจสอบสินค้า ควรให้มีการตรวจสอบสินค้าเพียงครั้งเดียว แทนการตรวจสอบสินค้าในทุกจุดเขตชายแดนของประเทศที่เกี่ยวข้อง  

ปัจจุบันการพัฒนาการค้าในบริเวณนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ดังนั้นนอกจากการพัฒนาเส้นทางคมนาคมทางบกแล้ว การพัฒนาการคมนาคมทางอากาศ ทางรถไฟ และทางน้ำก็เป็นสิ่งเป็น ในขณะนี้องค์กรที่เกี่ยวข้องของประเทศไทยได้เริ่มก่อตั้งศูนย์ค้าปลีกสินค้าไทยในประเทศจีนที่คุนหมิง (มณฑลยูนนาน) จงซาน (มณฑลกวางตุ้ง) เซี่ยงไฮ้ หนานหนิง (เขตปกครองตนเองกวางสีจ้วง) และเฉิงตู (มณฑลเสฉวน)

ดร. มนตรี  ศรีนราวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคมแห่งประเทศไทย ยังได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเส้นทาง R3 ว่าการใช้ประโยชน์จากเส้นทางสายนี้ไม่ควรจำกัดเฉพาะเพื่อการค้ากับประเทศในบริเวณนี้ แต่สามารถขยายให้เกิดการค้ากับประเทศที่อื่น ๆ คือจีนสามารถใช้เส้นทางสายนี้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าจีนไปยังทวีปแอฟริกา และทวีปยุโรป ขณะเดียวกันสินค้าจากทวีปทั้ง 2 ยังสามารถขนส่งเข้ามาจีนได้โดยใช้เส้นทางสายนี้ นอกจากนี้ในงานสัมมนาครั้งนี้ยังได้มีการลงนามความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ระหว่าง The Chartered Institute of Logistics & Transport – China และสมาพันธ์โลจิสติกส์แห่งประเทศไทย

เร่งก่อสร้าง(R3a) คืบหน้า ใกล้เสร็จสมบูรณ์ 100%

นายวรงค์ วงศ์วรกุล กรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด แพร่ธำรงวิทย์ หนึ่งในกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างเส้นทางสาย R3 หรือที่เรียกกันติดปากว่า ถนน R3a จากเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว-บ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ระยะทาง 250 กิโลเมตร (กม.) เปิดเผยว่า หจก.แพร่ธำรงวิทย์ ได้ร่วมกับบริษัทน้ำทา ก่อสร้าง จำกัด ของนายคำเพิง ทองซะบา กลุ่มผู้รับเหมาท้องถิ่นของสปป.ลาว เข้าประมูลโครงการรับเหมาก่อสร้างเส้นทางช่วงเมืองห้วยทราย-เวียงภูคา แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ระยะทาง 84 กม.และเส้นทางในตัวเมืองบ่อแก้ว-ถนนเลี่ยงเมืองอีก 15 กม. มูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 1,086 ล้านบาท
   
ทั้งนี้ ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน 2547 - มิถุนายน 2550 รวมระยะเวลา 33 เดือน ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ส่วนของถนน R3a ตลอดทั้งสาย ภายใต้การสนับสนุนด้านงบประมาณจากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.)ล่าสุดขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้าไปแล้ว 93% เหลือเพียงงานตีเส้นจราจร-ติดตั้งป้ายสัญญาณจราจร ตลอดทั้งสาย และงานบดอัด-ลาดแอสฟัลต์ อีกประมาณ 20 กม.เท่านั้น เชื่อว่าภายในวันที่ 20 พฤษภาคม 50 จะเสร็จสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม ได้มีการขยายอายุสัญญาออกไปอีก 10 เดือน เพื่อปรับระดับความลาดชันของเส้นทาง ที่บางจุดมีความชัน 13% เพื่อให้มีความลาดชันไม่เกิน 10%ตลอดทั้งสาย ตามที่บริษัทที่ปรึกษากำหนด ซึ่งในส่วนนี้ หจก.แพร่ธำรงวิทย์ คาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 6-8 เดือน โดยเชื่อว่าโครงการปรับปรุงถนนในช่วงที่อยู่ในความรับผิดชอบจะเสร็จสมบูรณ์ 100%ภายในเดือนตุลาคม 2550 นี้อย่างแน่นอน

ขณะที่ถนน R3a ช่วงที่ 2 จาก กม.ที่ 84-260.8 (เวียงภูคา แขวงบ่อแก้ว-บ้าน Nam Lung แขวงหลวงน้ำทา) ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ที่บริษัท นวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างนั้น จากการสำรวจของ ผู้จัดการพบว่า จนถึงขณะนี้การก่อสร้างเกือบเสร็จสมบูรณ์เช่นกัน เหลือเพียงระยะสุดท้ายที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการตัดเส้นทาง บดอัด ลาดยาง อีกประมาณ 20 กม. โดยถนนช่วงนี้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2547 สิ้นสุดมีนาคม 2550 แต่ก็ได้รับการขยายเวลาออกไปอีก 10 เดือนเพื่อปรับระดับความลาดชันไม่ให้เกิน 10%

ส่วนถนนช่วงที่ 3 หรือแพกเกจ C ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลจีน จากบ้าน Nam Lung-บ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา (ชายแดน สปป.ลาว-จีน) หรือจาก กม.160.8 - 228.3 ที่กลุ่มผู้รับเหมาจากจีน เข้ามาดำเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน 2547 เสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2549 ซึ่งนายพมเมือง มอนจันดี รองหัวหน้าแผนกขัวทาง แขวงหลวงน้ำทา บอกว่า เดิมถนนช่วงนี้จะสิ้นสุดระยะเวลารับประกัน และทำพิธีส่งมอบให้แก่สปป.ลาวในเดือนนี้ (พฤษภาคม 2550) อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาล สปป.ลาว ได้ขอให้จีน ขยายเวลารับประกันโครงการออกไปอีก 1 ปี หรือกำหนดรับมอบ-สิ้นสุดเวลารับประกันในเดือนพฤษภาคม 2551

รองหัวหน้าแผนกขัวทาง แขวงหลวงน้ำทา บอกว่า หากถนนเส้นนี้เสร็จสมบูรณ์ทั้ง 3 ช่วง จะทำให้การเดินทางจากเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว (ชายแดนติดกับ อ.เชียงของ จ.เชียงราย-เมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา ติดกับ Mahan เขตเมืองลา สิบสองปันนา มณฑลหยุนหนัน จีน) ใช้เวลาเดินทางเพียง 5-6 ชั่วโมงเท่านั้น จากเดิมที่ต้องใช้เวลา 1-2 วัน ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้เกิดกิจกรรมการขนส่งทั้งสินค้า-คนอย่างคึกคักแน่นอน
   
ขณะที่นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย บอกว่า หลังจากถนน R3a เสร็จสมบูรณ์ในปีนี้ ก็จะเชื่อมต่อกับสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 ภายใต้งบประมาณ 1,600 ล้านบาท ที่ไทย-จีน ตกลงที่จะสนับสนุนฝ่ายละ 50% ซึ่งขณะนี้ได้กำหนดจุดก่อสร้างแล้วโดยฝั่ง สปป.ลาว จะอยู่ที่บริเวณบ้านดอนขี้นก (กม.9) เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ฝั่งไทยจะอยู่บริเวณบ้านดอนมหาวัน ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย ห่างจากตัวเมืองเชียงของประมาณ 10 กม.เศษ ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2553 โดยประมาณ
   
ผู้ว่าฯ เชียงราย บอกอีกว่า หากสะพานแห่งนี้แล้วเสร็จ เชื่อมต่อเข้ากับถนน R3a จะทำให้การค้าชายแดนที่เชียงของ คึกคักขึ้นอย่างมาก เพราะจีนมุ่งที่จะขนส่งสินค้าตามถนนR 3 a อันเป็นถนนเชื่อมคุนหมิง-กรุงเทพฯ ขณะที่จังหวัดเชียงรายจะผลักดันให้มีการพัฒนาระบบการค้าที่เชียงของขนานใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องการเพิ่มจำนวนแพขนานยนต์เพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าชายแดนที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ระหว่างที่สะพานยังก่อสร้างไม่เสร็จ รวมทั้งการพัฒนาโกดังสินค้า ระบบลอจิสติกส์ต่างๆ เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ไปพร้อมๆ กันด้วย

นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก็มีโครงการจะสร้างศูนย์ราชการบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำโขงไว้แล้ว ส่วนถนนในจังหวัดที่จะเชื่อมกับถนนและสะพาน ก็มีโครงการก่อสร้างถนน 4 ช่องทางจราจร จากอำเภอเมืองเชียงราย-เชียงของ โดยแบ่งเป็น 2 ตอน ตอนแรกจากบ้านหัวดอย อำเภอเมือง ไปยังบ้านต้า อ.ขุนตาล ใช้งบประมาณปี 2550 และจากบ้านต้าไปจนถึงเชียงของ จะเป็นงบฯผูกพันในปีต่อไป

สำหรับการค้าชายแดนที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เดิมมีมูลค่าการค้ารวมปีละประมาณ 700-800 ล้านบาท แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ มูลค่าการค้าได้ขยายตัวต่อเนื่อง เมื่อในปีงบประมาณ 2549 มีมูลค่าทั้งสิ้นเกือบ 2,000 ล้านบาท โดยแยกเป็นการส่งออกประมาณ 1,500 ล้านบาท และนำเข้าประมาณ 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 48 ถึง 30% ทั้งภาครัฐและเอกชนของจังหวัดเชียงรายเชื่อว่า การค้าด้านนี้จะขยายตัวแบบทวีคูณทันทีที่ถนน R3a เสร็จ

อ้างอิง: หนังสือพิมพ์ Kunming Daily ฉบับประจำวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 2007 และหนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์