head8
w w w. c a r a v a n n a t u r e c l u b . c o m"คาราวานเที่ยวไทยอินโดจีนลาวเวียดนามพม่ากัมพูชาจีนยูนนาน"
 
English language
บริการเช่ารถตู้ปรับอากาศ

โปรแกรมสำรวจเส้นทางสาย R9 นำโดย คุณสมศักดิ์ ดีไสว
ผู้ชำนาญเส้นทางนี้โดยตรง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 085-4869987
   

เส้นทางที่ 1    

การสำรวจเส้นทางสาย R9 อุบลฯ มุกดาหาร สะหวันนะเขต
ลาวบาว เว้ ดานัง โฮยอาน

ส้นทางเศรษฐกิจตามแผนพัฒนาการคมนาคมเชื่อมระหว่างประเทศในอนุภาคลุ่มน้ำโขง

วันที่ ................................



วันที่หนึ่ง                   ( กรุงเทพฯ-อุบลฯ-มุกดาหาร )
13.00 น.  คณะพรัอมกันที่สนามบินดอนเมือง
14.00 น.  ออกเดินทางสู่ จ.อุบลฯ ด้วยเที่ยวบิน TG 1022
15.05 น.  ถึงสนามบิน จ.อุบลฯ  รถรอรับคณะ
              ออกเดินทางสู่ จ.มุกดาหาร  (อุบลฯ-มุกดาหาร ระยะทางประมาณ 160 ก.ม. ใช้เวลาประมาณ  2  ชั่วโมง)
17.00 น.  ถึง จ.มุกดาหาร  แวะชมโครงการ FREE ZONE  ซึ่งนำชมโดย คุณนิพนธ์  สุทธิเดช   อดีต ส.ว.อำนาจเจริญ
18.00 น.  เข้าที่พักโรงแรมมุกดาหารแกรนด์          
18.30 น.  ร่วมรับประทานอาหารเย็น  พักผ่อน

วันที่สอง                     ( มุกดาหาร-สะหวันนะเขต-ลาวบาว-เว้ )                                                                                                                              
08.00 น.  รับประทานอาหารเช้าแล้วตรวจเอกสารผ่านแดนก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำโขงสู่สปป.ลาวที่เมือง
สะหวันนะเขต
12.00 น.  แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านแฟนต้า เมืองพิน
แล้วเดินทางเข้าสู่ด่านต.ม.ลาวที่แดนสวรรค์ตรวจเอกสารเพื่อเข้าสู่เวียดนามที่ด่านลาวบาว
ก่อนที่จะมุ่งหน้าตรงสู่เว้
17.30 น.   ถึงเมืองเว้  เข้าที่พักโรงแรมกรีน ระดับ 4 ดาว
18.00 น    รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร  ( ล่องเรือชมลำน้ำหอมยามราตรี ) พักผ่อน

วันที่สาม                       ( เว้-ดานัง-โฮยอาน )
07.00 น.   รับประทานอาหารเช้า  นำชมเมืองมรดกโลกแห่งเว้  พระราชวังดายนอย และ เจดีย์เทียนหมุริมลำน้ำหอม
12.00 น.   รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
13.00 น.   เดินทางสู่เมืองดานัง  ด้วยเส้นทางอุโมงค์ลอดใต้ภูเขาไหเวินที่มีความยาวกว่า 6 ก.ม. และต้องมีระบบระบายอากาศภายในอุโมงค์อย่างดี ถือว่ามีความยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
14.30 น.   แวะชมท่าเรือน้ำลึกที่สำคัญของดานัง TIAN SA SEAPORT ดูงานด้านการขนส่งทางเรือ
15.30 น.   มุ่งหน้าสู่เมืองแห่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของเวียดนามกลาง
16.00 น.   ถึงโฮยอาน   เข้าที่พักโรงแรมแปซิฟิคโฮยอาน  ระดับ 4 ดาว
16.30 น.   เดินเที่ยวชมเมืองเก่า บ้านโบราณ สะพานญี่ปุ่น ศูนย์หัตถกรรมและร้านรวงต่างๆในยามเย็น อากาศไม่ร้อน
18.00 น.   รับประทานอาหารเย็นแล้วพักผ่อนเดินเที่ยวชมเมืองยามราตรีและช็อปปิ้งตามอัธยาศัย

วันทีสี่                            ( โฮยอาน-ดานัง-เว้ )
08.00 น.   รับประทานอาหารเช้า  ชมตลาดเช้าโฮยอาน
09.30 น.   เดินทางสู่ดานัง  แวะชมหมู่บ้านหัตถกรรมหินอ่อน แล้วเดินทางสู่เมืองดานัง
12.00 น.   รับประทานอาหารกลางวัน แล้วเดินทางกลับสู่เว้
15.30 น.   ถึงเว้  นำชมตลาดดงบา  ศูนย์ค้าขายสินค้าขนาดใหญ่ของเมืองเว้
17.00 น.   นำเข้าที่พักโรงแรมกรีน ระดับ 4 ดาว
18.00 น    รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร  พักผ่อน
วันที่ห้า                          ( เว้-ลาวบาว-สะหวันนะเขต-มุกดาหาร )
08.00 น.   รับประทานอาหารเช้า แล้วเดินทางสู่ลาวบาว ตรวจเอกสาร  และเดินทางต่อ
13.00 น.   รับประทานอาหารกลางวันที่เมืองพิน   จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองสะหวันนะเขต
16.00 น.   ถึงด่านชายแดนลาว-ไทย ตรวจเอกสารเข้าสู่ไทย ที่มุกดาหาร
16.30 น.   นำเข้าที่พักโรงแรมมุกดาหารแกรนด์
18.00 น.   รับประทานอาหารเย็น  พักผ่อน
วันที่หก                            ( มุกดาหาร-อุบลฯ )
08.00 น.   รับประทานอาหารเช้า 
09.00 น.   เดินทางสู่ จ.อุบลฯ
12.00 น.   รับประทานอาหารเย็น
13.30 น.   เดินทางสู่สนามบิน จ.อุบลฯ เช็คอินสัมภาระ
14.20 น.   ออกเดินทางสู่สนามบินดอนเมือง ด้วยสายการบิน TG 1022
15.05       ถึงสนามบินดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ

หมายเหตุ     โปรแกรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม  หากสายการบินเลื่อนกำหนดการเดินทาง

ค่าบริการ    ท่านละ           บาท     ( พักเดี่ยว เพิ่ม 3,900  บาท )

อัตรานี้รวม
1. ค่าตั๋วเครื่องบินการบินไทยไป-กลับ กรุงเทพฯ-อุบล, (ชั้นประหยัด)
2. พาหนะในไทย ลาว เวียดนาม, ค่าธรรมเนียมต่างๆ, สถานที่ท่องเที่ยวตามที่ระบุ, มัคคุเทศก์อำนวยความสะดวก
3. ค่าอาหาร, ที่พัก 5  คืน ตามที่ระบุ
4. ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง วงเงินคุ้มครอง 1,000,000  บาท

อัตรานี้ไม่รวม
1. มินิบาร์และอื่นๆที่มิได้ระบุในโปรแกรม     2. ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายและ ภาษีมูลค่าเพิ่ม

การชำระเงิน
กรุณาโอนเข้าบัญชีชื่อ    นายสมศักดิ์  ดีไสว  ( โทร : 085-4869987, 081-6129736)

  1. ธนาคารกสิกรไทย    สาขาพุทธมณฑลสาย 4     เลขที่ 261-2-05794-4
  2. ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลาดพร้าว ซอย 59    เลขที่ 010-2-904
  3. ( กรุณาแฟกซ์สำเนาหลักฐานการโอนเงินมาที่  02-4453439 หรือ 02-8083634 )

 



van-tours
WEBBOARD
คาราวานสู่อินโดจีน
ท่องเที่ยวอินโดจีน
โปรแกรมคาราวาน ปี 2552
เส้นทางสาย R3E และ R9
โปรแกรมแพ็คเก็จทัวร์
รถตู้ปรับอากาศ / รถโค้ช
โปรแกรมแพ็คเก็จทัวร์
เครื่องบิน
แนะนำที่พัก
 
umpangriverside รีสอร์ตสวย ริมน้ำใส
The Green Beach Resort
โรงแรมใจกลางเมืองเชียงราย
ข้อมูลอินโดจีน
  ->  ลาว
  ->  จีน
เว็บไซต์เพื่อนบ้าน
umpangriverside รีสอร์ตสวย ริมน้ำใส
tourumpang

เส้นทางที่ 2

กรุงเทพฯ-อุบลฯ- มุกดาหาร- สะหวันนะเขต -ลาวบาว เว้ ดานัง 
โฮยอาน-สนามบินตันเซินนัท-กรุงเทพฯ

วันที่หนึ่ง             (กรุงเทพฯ-อุบลฯ-มุกดาหาร)
13.00 น.    คณะพรัอมกันที่สนามบินดอนเมือง
14.00 น.    ออกเดินทางสู่ จ.อุบลฯ ด้วยเที่ยวบิน TG 1022
15.05 น.    ถึงสนามบิน จ.อุบลฯ  รถรอรับคณะ
                ออกเดินทางสู่ จ.มุกดาหาร  (อุบลฯ-มุกดาหาร ระยะทางประมาณ 160 ก.ม. ใช้เวลาประมาณ  2  ชั่วโมง)
17.00 น.    ถึงจ.มุกดาหารดูงานด้านการขนส่งทางถนนระหว่างประเทศและพิธีการศุลกากรที่โครงการ
FREE ZONE  ซึ่งนำชมโดย คุณนิพนธ์  สุทธิเดช   อดีต ส.ว.อำนาจเจริญ
18.00 น.    เข้าที่พักโรงแรมมุกดาหารแกรนด์          
18.30 น.    ร่วมรับประทานอาหารเย็น  พักผ่อน

วันที่สอง              (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต-ลาวบาว-เว้)                                                                                            
08.00 น.    รับประทานอาหารเช้าแล้วตรวจเอกสารผ่านแดนก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำโขงสู่สปป.ลาวที่เมือง
                สะหวันนะเขต  แวะดูงานที่นิคมอุตสาหกรรมสะหวันเซโน ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของทางลาว
12.00 น.    แวะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านแฟนต้า เมืองพิน
แล้วเดินทางเข้าสู่ด่านต.ม.ลาวที่แดนสวรรค์ตรวจเอกสารเพื่อเข้าสู่เวียดนามที่ด่านลาวบาว
ก่อนที่จะมุ่งหน้าตรงสู่เว้
17.30 น.    ถึงเมืองเว้  เข้าที่พักโรงแรมกรีน ระดับ 4 ดาว
18.00 น     รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร  ( ล่องเรือชมลำน้ำหอมยามราตรี ) พักผ่อน

วันที่สาม                (เว้-ดานัง-โฮยอาน)
07.00 น.    รับประทานอาหารเช้า  นำชมเมืองมรดกโลกแห่งเว้  พระราชวังดายนอย และ เจดีย์เทียนหมุริมลำน้ำหอม
12.00 น.    รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
13.00 น.               เดินทางสู่เมืองดานัง  ด้วยเส้นทางอุโมงค์ลอดใต้ภูเขาไหเวินที่มีความยาวกว่า 6 ก.ม. และต้องมีระบบระบายอากาศภายในอุโมงค์อย่างดี ถือว่ามีความยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
14.30 น.    แวะชมท่าเรือน้ำลึกที่สำคัญของดานัง TIAN SA SEAPORT ดูงานด้านการขนส่งทางเรือ
15.30 น.    มุ่งหน้าสู่เมืองแห่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของเวียดนามกลาง
16.00 น.    ถึงโฮยอาน   เข้าที่พักโรงแรมแปซิฟิคโฮยอาน  ระดับ 4 ดาว
16.30 น.    เดินเที่ยวชมเมืองเก่า บ้านโบราณ สะพานญี่ปุ่น ศูนย์หัตถกรรมและร้านรวงต่างๆในยามเย็น อากาศไม่ร้อนมาก
18.00 น.    รับประทานอาหารเย็นแล้วพักผ่อนเดินเที่ยวชมเมืองยามราตรีและช็อปปิ้งตามอัธยาศัย

วันที่สี่                      (โฮยอาน-ดานัง-สนามบินตันเซินนัท โฮจิมินห์-กรุงเทพฯ)
08.00 น.    รับประทานอาหารเช้า  ชมตลาดเช้าโฮยอาน
09.30 น.    เดินทางสู่ดานัง  แวะชมหมู่บ้านหัตถกรรมหินอ่อน แล้วเดินทางสู่เมืองดานัง
10.00 น.    นำชมตลาดขายสินค้า เมืองดานัง
12.30 น.    รับประทานอาหารกลางวัน
14.30 น.    เดินทางสู่สนามบินดานัง
15.00 น.    ถึงสนามบิน เช็คอินสัมภาระ
16.30 น.    ออกเดินทางสู่สนามบินตันเซินนัทที่โฮจิมินห์ ด้วยสายการบินในประเทศ เวียดนามแอร์ไลน์
17.30 น.    ถึงสนามบินตันเซินนัท   เช็คอินสัมภาระ
18.00 น.    รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารในสนามบิน จากนั้นช็อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีในสนามบิน
20.55 น.    ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ด้วยเที่ยวบิน TG 687
22.20 น.    ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ   โปรแกรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม 
                หากสายการบินเลื่อนกำหนดการเดินทาง

ค่าบริการ    ท่านละ           บาท       ( ราคานี้สำหรับ ผู้เดินทาง 15-20 ท่าน )
                ท่านละ           บาท       ( ราคานี้สำหรับ ผู้เดินทาง 20-29 ท่าน )
พักเดี่ยว     เพิ่มท่านละ  2,500  บาท
  
อัตรานี้รวม
1. ค่าตั๋วเครื่องบินการบินไทยกรุงเทพฯ-อุบล,ตั๋วเครื่องบินในประเทศดานัง-โฮจิมินห์ ,ตั๋วโฮจิมินห์-กรุงเทพฯ (ชั้นประหยัด)
2. พาหนะในไทย ลาว เวียดนาม, ค่าธรรมเนียมต่างๆ, สถานที่ท่องเที่ยวตามที่ระบุ, มัคคุเทศก์อำนวยความสะดวก
3. ค่าอาหาร, ที่พัก 3 คืน  ตามที่ระบุ
4. ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง วงเงินคุ้มครอง 1,000,000  บาท

อัตรานี้ไม่รวม
1. มินิบาร์และอื่นๆที่มิได้ระบุในโปรแกรม                  2. ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายและ ภาษีมูลค่าเพิ่ม

งื่อนไข
- กรุณาแจ้งรายชื่อ-นามสกุล  หมายเลขพาสปอร์ต(ภาษาไทย-อังกฤษ ) ของผู้เดินทาง     เพื่อทำการจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า เมื่อยืนยันการเดินทาง  มิฉะนั้นไม่สามารถทำการจองตั๋วได้
- ชำระมัดจำท่านละ  10,000  บาท เมื่อยืนยันการเดินทาง และชำระเต็มจำนวนก่อนเดินทาง 10 วัน
- แจ้งยกเลิกก่อนเดินทาง ไม่สามารถคืนมัดจำได้ นอกจากมีผู้เดินทางแทน และต้องแจ้งล่วงหน้าก่อน
 เดินทางไม่ต่ำกว่า 7 วัน   ตั๋วการบินไทยต้องมีค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลงตามที่ทางสายการบินเรียกเก็บ

การชำระเงิน        กรุณาโอนเข้าบัญชีชื่อ    นายสมศักดิ์  ดีไสว  ( โทร : 085-4869987, 081-6129736)

  1. ธนาคารกสิกรไทย    สาขาพุทธมณฑลสาย 4     เลขที่ 261-2-05794-4
  2. ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลาดพร้าว ซอย 59    เลขที่ 010-2-904972
      ( กรุณาแฟกซ์สำเนาหลักฐานการโอนเงินมาที่  02-4453439 หรือ 02-8083634 )

 

คนชอบแต่งรถมอเตอร์ไซค์
 

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

 

R9 เส้นทางการค้าใหม่ อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

ทางหมายเลข 9 (Road Number 9) หรือ ที่เรียกกันย่อๆว่า R9 เป็นเครือข่ายคมนาคมช่วง หนึ่งในโครงการอีส-เวสต์
อีโคโนมิกคอร์ริดอร์(East-West Economic Corridor) ภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิลุ่มแม่น้ำโขง
(Greater Mekong Subregion-GMS)ที่มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่เมืองเมาะละแหม่งในประเทศพม่า ผ่านประเทศไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.)
และมีปลายทางที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม

สำหรับเส้นทางหมายเลข 9 นี้ ได้รับการคาดหวังว่า จะเป็นเส้นทางของการค้าการลงทุนสายใหม่ของบรรดานักลงทุน
ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ล่าสุด "ฐานเศรษฐกิจ" ได้ร่วมเดินทางสำรวจเส้นทางหลายเลข 9 กับสมาคมไทย-ลาว
เพื่อมิตรภาพ เพื่อสำรวจความพร้อมของแต่ละประเทศในการที่จะนำเสนอความพร้อมและจุดเด่นที่จะดึงดูดการลงทุน
โดยมีจุดเริ่มต้นการสำรวจเส้นทางที่จังหวัดมุกดาหาร ถึงเมืองดานังของเวียดนาม ซึ่งเป็นปลายทางของเส้นทางถนน
หมายเลข 9 รวมระยะทาง 344 กิโลเมตร

ชี้ R9 บูมมุกดาหาร-สะหวันนะเขต

แม้จุดเริ่มต้นของเส้นทางหมายเลข 9 จะเริ่มต้นในประเทศ สปป.ลาว แต่การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างชาติ
แห่งที่ 2 มุกดาหาร-สะหวันนะเขต ส่งผลให้เกิดการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ 3 ชาติ เห็นได้ชัด คือ ไทย สปป.ลาว
และเวียดนาม โดยมีจังหวัดมุกดาหารเป็นประตูฝั่งไทย ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงโอกาสและลู่ทางการค้า
และการลงทุนตามเส้นทางหมายเลข 9 ว่า การก่อสร้างและปรับปรุงเส้นทางหมายเลข 9 ถือเป็นส่วนหนึ่งของ
แผนงานพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งเป็น 1 ใน 11 แผนงานลำดับความสำคัญสูง ภายในกรอบ
GMS ซึ่งจะอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก หากการก่อสร้างถนนหมายเลข 9
และสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 แล้วเสร็จ คาดว่า จะมีนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้ามาลงทุนทั้งใน
มุกดาหารและแขวงสะหวันนะเขตเป็นจำนวนมาก เพราะเมืองคู่แฝดแห่งนี้ ถือเป็นศูนย์กลางของประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้ง พม่า กัมพูชา จีน และเวียดนาม
ขณะที่นายพูมี ทิบพะวอน ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติลาว กล่าวว่า ขณะนี้สปป.ลาวได้เปลี่ยนยุทธศาสตร์การพัฒนา
ประเทศใหม่ จากการเป็นประเทศแลนด์ล็อกเป็นแลนด์ลิงค์ เปิดประตูรับนักลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนจากไทย
พื้นที่หนึ่งที่น่าจะเป็นต้นการสะท้อนแบบของการเปิดประตูรับนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น คือ เขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน
โดย ดร.แพงตา พิลาคำปัน ผู้ว่าการเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน สปป.ลาว กล่าวว่า พื้นที่ของนิคม
อุตสาหกรรมสะหวัน-เซโนเป็นจุดที่ทางรัฐบาล สปป.ลาว เลือกที่จะให้เป็นสิ่งจูงใจให้นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาพัฒนาพื้นที่
สำหรับนิคมอุตสาหกรรมนี้มีพื้นที่ 305 เฮกตา อยู่ที่จุด A และ 20 เฮกตา ที่จุด B ซี่งนิคมอุตสาหกรรมนับเป็นจุดที่จะใช้ศักยภาพลงทุนและใช้นโยบายซึ่งทางรัฐบาล สปป.ลาวได้กำหนดขึ้นมาเป็นพิเศษ
ได้แก่ ค่าเช่าที่ดินโดยมีระยะเวลาเช่า 30 ปี – 75 ปี ในระยะเวลาที่เช่านั้นผู้ลงทุนมีสิทธิ์ที่จะโอนการเช่าที่ดินให้กับผู้อื่นได้
และการยกเว้นค่าเช่า 12 ปี ในช่วงเวลาใดก็ได้ สำหรับอัตราค่าเช่าตอนนี้ กำลังศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศอื่นก่อน
แต่คาดว่าค่าเช่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 50 เซ็นต์/ต่อตารางเมตร/ปี หรือประมาณ 20บาท/ตารางเมตร/ปี โดยสามารถเช่าได้อย่างไม่จำกัด
นอกจากนี้รัฐบาลสปป.ลาวยังมีสิทธิพิเศษทางด้านภาษีกำไรสำหรับนักลงทุนที่เข้ามาทำธุรกิจในเขตเศรษฐกิจ
พิเศษสะหวัน-เซโน ซึ่งปกติรัฐบาลสปป.ลาวเก็บภาษีกำไรของบริษัทจากต่างประเทศที่มาลงทุนในสปป.ลาว
20 เปอร์เซ็นต์/ปีและได้รับการยกเว้น 5 ปี แต่สำหรับในเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน หากมีการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีการส่งเสริมจะได้รับการยกเว้นภาษีภายหลังจากที่เริ่มได้กำไร 10 ปี
และภายหลังจากการยกเว้นภาษี 10 ปีแล้ว จะเสียภาษีเพียงปีละ 8 เปอร์เซ็นต์
นางอัญชลี ชวนิตย์ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางประเทศสปป.ลาวอยากให้ไทย
ไปช่วยในด้านการพัฒนาบุคลากร ในการที่จะเป็น One Stop Service และทางด้านการบริหารจัดการโครงการและเรื่องการที่จะร่วมมือกันส่งเสริมที่จะให้เกิดการลงทุนในเขตเศรษฐกิจ
พิเศษสะหวัน-เซโน ซึ่งเราก็เชื่อว่าการที่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เศรษฐกิจชายแดนดีขึ้น โดยทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายสปป.ลาวจะมีผู้แทนและมาร่วมกันสร้างแผนปฏิบัติการร่วมกันในด้านการส่งเสริมการลงทุน และนอกจากนี้ทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้เข้ามาร่วมกับเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโนในการศึกษา
ความเป็นได้ในเรื่องการลงทุนสาธารณูปโภค การดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมและการให้ความช่วยเหลือในการศึกษาความเป็นไปได้ในเรื่องของรูปแบบของการลงทุน
สาธารณูปโภคต่างๆ เพราะทางไทยเองก็มีประสบการณ์ในการดึงเอกชนเข้ามามีส่วนในการลงทุนในสาธารณูปโภคต่างนอกจากการผลิต
การค้าและบริการ
ดานังยกเครื่องนิคมฯ- ท่าเรือรับนักลงทุน
การเดินทางสำรวจเส้นทางหมายเลข 9 ในครั้งนี้ ในส่วนของประเทศเวียดนามได้มีการดูงานที่นิคมอุตสาหกรรมหว่าขัน
(Hoa Khanh Industrial Zone) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองดานัง นิคมอุตสาหกรรมหว่าขันมีพื้นที่ 375.5 เฮกตา โดยมีสถานที่
ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม เพราะอยู่ใกล้ทั้งสนามบินดานังและท่าเรือ Lien Chieu ขณะที่ในส่วนโครงสร้างพื้นฐาน ทางนิคมอุตสาหกรรมฯก็ได้เตรียมความพร้อมไว้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า น้ำประปา ถนนลาดยางที่รับน้ำได้สูงสุด
โรงบำบัดน้ำเสียความจุ 5,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งกำลังอยู่ในการปรับปรุง และระบบสื่อสาร
สำหรับประเภทอุตสาหกรรมที่ทางนิคมอุตสาหกรรมอยากให้มีการเข้าไปลงทุน ได้แก่ อุตสาหกรรมหนัก โรงงานผลิตแบบ
หัตถกรรม อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง และโรงเก็บสินค้า สำหรับธรรมเนียมค่าเช่าพื้นที่ในการทำ
โรงงานอุตาสาหกรรมนั้น ราคา 0.3-0.7 ดอลลาร์สหรัฐ/ตารางเมตร/ปี ในส่วนของโรงงานอุตสาหกรรมที่ดำเนินการ
ในขณะนี้ ได้แก่ อุตสาหกรรมเซรามิกส์จากประเทศอิตาลี อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ อุตสาหกรรมรถยนต์ คือ
โรงงาน HAESON ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ของเวียดนามเอง ในส่วนของค่าแรงคนงานนั้น ในระดับแรงงานจะ
จ่ายค่าจ้างอยู่ระหว่าง 40-45 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือประมาณ 1,600-1,800 บาท/เดือน ส่วนในระดับปริญญาตรี
70 ดอลลาร์สหรัฐ/เดือนหรือประมาณ 2,800 บาทต่อเดือน
นอกจากนี้เมืองดานังยังได้รับเงินสนับสนุนจากเจบิค( JBIC :Japan Bank for International Cooperations) และรัฐบาลเวียดนามในการปรับปรุงท่าเรือน้ำลึกดานัง เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับตู้สินค้าของท่าเรือน้ำลึกดานัง รวมถึงการสร้างถนนเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 1 ของเวียดนาม มูลค่ารวมประมาณ 73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยคาดว่าจะปรับปรุงเสร็จภายในปี 2547 นี้
ทูตพาณิชย์ไทยชี้นักลงทุนไม่ควรรอช้า
นายสมเกียรติ สรณพาณิชย์กุล ทูตพาณิชย์ไทยประจำประเทศเวียดนาม กล่าวว่า เมืองเว้และเมืองดานังเป็นเมืองที่มี
ก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน ซึ่งในอนาคตถ้ามีการขยายแหล่งก๊าซและแหล่งน้ำมันจะทำให้เวียดนามมีแหล่งก๊าซและแหล่งน้ำมัน
ที่ใหญ่กว่าประเทศบรูไน นอกจากนี้ยังมีความเข้มแข็งทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะกาแฟที่มีการส่งออกเป็นรองเพียงแค่
ประเทศบราซิล
ส่วนข้าวเป็นรองประเทศไทย เพราะฉนั้นตอนนี้ถ้านักธุรกิจไทยสนใจก็ ควรรีบเข้ามาลงทุน เนื่องจากตอนนี้ดูจาก
นโยบายรัฐบาลแล้ว รัฐบาลเวียดนามมีเป้าหมายที่จะให้เมืองเว้และดานังเป็นเมืองอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสินค้าทูน่าที่ควรมีการนำโรงงานเข้ามาแปรรูป ในส่วนของธุรกิจกุ้งมีนักธุรกิจเวียดนามที่อยู่ในต่างประเทศสนใจที่จะนำออกกุ้งอยู่แล้ว ซึ่งถ้านักลงทุนไทยสนใจ
ก็ควรเข้ามาลงทุนเช่นกัน
"ตอนนี้ในเว้และดานังมีนักลงทุนต่างชาติมาลงทุนแล้ว เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลี แต่ยังไม่มีนักลงทุนจากไทย เพราะเราไปโฟกัสการลงทุนอยู่ที่โฮจิมินห์และฮานอย แต่ไม่มีใครทราบว่าดานังและเว้เป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลเวียดนาม ที่สำคัญในเร็วๆนี้เวียดนามกำลังจะเข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก(WTO) เพราะฉะนั้นเงื่อนไขต่างๆทางเวียดนามเอง
ก็จำเป็นที่จะต้องปรับ อีกส่วนหนึ่ง คือ สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดส่งออกสินค้าที่สำคัญของโลกปฏิบัติกับเวียดนามแบบ
AFTA(Asian Free Trade Area) ซึ่งจะทำให้การส่งออกได้สิทธิประโยชน์เยอะมาก"
ด้านนายรังษี เหลืองวารินกุล ประธานคณะกรรมการผังเมืองและนิคมอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
กล่าวว่า การขนผ่านสินค้าข้ามแดน เราขาดมาตรฐานเดียวกัน จากการเดินทางที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า เราจะเสียเวลา
ในบริเวณด่านชายแดนระหว่างประเทศมากพอสมควร ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยากให้รัฐบาลทั้งสองฝ่ายมีการตกลงในการอำนวยความสะดวกกันมากขึ้น เรื่องที่สองคือเรื่องถนนที่ไม่ค่อยเหมาะสมกับจำนวนจราจรที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในกรณีที่เมืองดานังทั้ง
ในส่วนของท่าเรือ และนิคมอุตสาหกรรมใช้ได้ผลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกับรถขนส่งสินค้าและรถโดยสารขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีถนนอีกช่วงหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างเมืองเว้ถึงเมืองดานัง มีลักษณะติดกับภูเขาและมีความลาดชันประกอบ
กับเป็นถนน 2 ช่องทางจราจร เป็นช่วงที่เราไม่มั่นใจว่ารถขนสินค้าขนาดใหญ่จะขึ้นได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
โครงการถนนหมายเลข 9 นับว่าเป็นเส้นทางหนึ่งที่จะสร้างโอกาสใหม่ให้กับนักลงทุนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง อย่างไรก็ตามรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 ประเทศ ได้แก่ พม่า สปป.ลาว เวียดนามและไทย ยังคงมีการบ้านที่ยังต้องทำอีกมาก เพื่อการที่จะให้นักลงทุนที่ตัดสินใจที่จะลงทุน และทำให้เส้นทางการลงทุนอี-เวสต์
คอร์ริดอร์ ได้รับผลประโยชน์สูงส


จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 1930 12 ส.ค. - 14 ส.ค. 2547

       

          

Logo Bird Copyright ® Caravan NatureClub Thailand.com
โทร (แฟกซ์) 02-4453439  มือถือ 085-4869987,081-6129736, 086-5642439, 02-8082315

sdeesawai2000@yahoo.com , caravannatureclub@hotmail.com