สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

แบกเป้เที่ยว เฉินตู ง้อไบ้ เล่อซาน เหอสุ่ย ต๋ากู่ สี่ดรุณี คังติ้ง

แบกเป้เที่ยว เฉินตู ง้อไบ้ เล่อซาน เหอสุ่ย ต๋ากู่ สี่ดรุณี คังติ้ง

 

สวัสดีครับพี่น้องเราชาวคาราวานทุกท่าน ผมขอรายงานตัวครับ  กลับจากการเดินทางสำรวจเส้นทางใหม่ของคาราวานมณฑลเสฉวน คือ เป้าหมาย เพราะมณฑลยูนนานพวกเราก็เดินทางไปกันบ่อยแล้วไม่ว่าจะเป็น เชียงรุ้ง-คุนหมิง ต้าลี่-ลี่เจียงจนถึงแชงกรีลา

          ผมก็เลยต้องแบกเป้เดินทางมุ่งหน้าสู่มณฑลเสฉวนเพื่อดูเส้นทางที่แปลกใหม่ แต่ก็แปลกจริงๆนะครับ ด้วยความสวยงามของเส้นทางที่ท้าทายของนักเดินทางคาราวาน

เริ่มจาก “นครเฉินตู” ซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลเสฉวน เอาเป็นว่าผมจะเขียนแบบเล่าสู่กันฟังนะครับว่าแต่ละที่มันมีอะไรบ้าง

...คุนหมิง-เฉินตู 800 กม. มันไกลเกิน 1 วันไปไม่ถึง...

ผมออกจากคุนหมิงเวลา 15.30 น. โดยเพื่อนขับรถมารับที่สนามบินคุนหมิง พูดถึงสนามบินคุนหมิงนี้ วันที่ 1 กรกฎาคม 2555 ก็จะย้ายไปอยู่แห่งใหม่ใหญ่กว่าเก่า อยู่ห่างจากคุนหมิงขึ้นทางทิศเหนือประมาณ 30 กม. ก็เหมือนกับสนามบินดอนเมืองกับสุวรรณภูมินั่นแหละครับ เส้นทางรถจากคุนหมิงไปเมืองเจาทงแค่ 330 กม. ต้องใช้เวลา 4 ชั่วโมงมีทั้งทางด่วนและกึ่งด่วนสลับกันไป 2 ข้างทางก็มีวิวทิวทัศน์สวยงามดีตามสไตล์จีน  มีภูเขาสูงและทุ่งหญ้าสลับกันไปแต่พอเข้าเมืองต่างๆก็จะวุ่นวายเพราะรถยนต์มากมาย เมืองเจาทงไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว แต่เป็นเมืองอุตสาหกรรมทั้งแร่ธาตุต่างๆ แต่ที่นี่ในอดีตมีแร่ทองแดงมหาศาลปัจจุบันหมดแล้ว เหลือไว้แค่พิพิธภัณฑ์เท่านั้น แต่ก็มีโรงงานถลุงเหล็กจำนวนมาก เมืองเจาทงก็เป็นเมืองที่เรานอนพักเหนื่อย 1 คืน

...เจาทง – เฉินตู 400 กม. 1 วันก็ยังไม่ถึงเพราะเราต้องเที่ยวกันก่อน

เส้นทางที่พี่ๆเพื่อนๆสมาชิก ชอบขับรถและคนนั่งชอบชมวิว ไม่ผิดหวังนะครับ จีนก็คือจีนเรื่องการก่อสร้างทางด่วนเล็กๆไม่ ... ใหญ่ๆถึงจะทำทำ บนภูเขาสูงมีทางด่วนไปถึง มีรถไฟถึง  ในแม่น้ำก็มีเขื่อนกั้นเพื่อผลิตไฟฟ้านับร้อยๆเขื่อน  จากเมืองเจาทงถึงเมืองหยีปิง 230 กม. คือความมันของการเดินทาง  เมืองสุ่ยฟู่คือสุดเขตแดนของมณฑลยูนนานมีแม่น้ำแยงซีเกียงเป็นแนวกั้น   และเป็นเมืองหน้าด่านของมณฑลเสฉวนครับ ทั้งสองเมืองเป็นเมืองใหญ่ มีโรงงานอุตสาหกรรมผลิตเหล็กและปูนซีเมนต์มากเหลือเกินและเป็นเมืองที่เราต้องขับรถผ่านเพราะเป้าหมายของผมก็อยู่ที่เมืองเล่อซาน อาหารกลางวันเที่ยวนี้ก็ต้องง่ายๆในปั๊มน้ำมันที่ใหญ่และสะอาด ผมเห็นห้องน้ำที่เมืองนี้สุดยอดครับสะอาดมาก แต่ก็ยังเป็นรองของปั๊มปตท.และตราหอย
ของอ.แกลงและวังจันทร์แห่ง จ.ระยองอยู่หน่อยครับ

เล่อซานเป็นเมืองใหญ่และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่คนไทยรู้จักก็คือ พระโตเล่อซาน ประวัติเป็นมาอย่างไรเอาไว้ผมจะเล่าสู่กันฟังในวันเดินทางคาราวานนะครับและเขายังเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมด้วย เราต้องลงเรือล่องแม่น้ำหมิงเจียงประมาณ 30 นาที รับรองท่านจะต้องตื่นตะลึงด้วยความมหัศจรรย์ของฝีมือคนโบราณสร้างไว้  จากเล่อซานก็เดินทางเข้าสู่เมือง “เอ่อเหมยซาน”หรือเมืองง้อไบ้นั่นแหละครับ

เราพักที่ง้อไบ้ 1 คืนนะครับ เมืองนี้น่าเดินเที่ยวและชมบรรยากาศแห่งภูเขาสูงมีประวัติศาสตร์เป็นมาที่ยาวนานนับพันปี ตอนเย็นเดินเที่ยวสนุกดีครับ ไม่ผิดหวังกับการเดินทาง ตอนเช้าขับรถขึ้นสู่ยอดเขาสูงที่ถือว่าเป็นภูเขาสวยที่สุด 1 ใน 8 ของประเทศจีนเลยทีเดียว

เที่ยวภูเขาง้อไบ้ครึ่งวันพอ บ่ายๆก็ขับรถเข้าสู่นครเฉินตู ที่เฉินตูนี้ทุกท่านอาจจะผิดหวังสักหน่อยเพราะวันเวลาที่อนุญาตรถเข้าเมือง จะนับวันเลขคู่เลขคี่ ทางที่ดีเรานอนชานเมืองดีกว่าแล้วนั่งรถบัสเข้าเมืองไปเที่ยวชมโชว์เปลี่ยนหน้ากากไปรับประทานอาหารเย็นไปเดินเที่ยวห้าง เมืองเฉินตูไม่ใช่เมืองช็อปปิ้ง จะเป็นเมืองอุตสาหกรรมหนัก เช่น โรงงานผลิตรถยนต์ต่างๆ โรงเหล็ก โรงงานปูน โรงงานปุ๋ยเคมีและเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ในที่สูงๆที่เราจะไปเที่ยวนะครับ เมืองเฉินตูเป็นเมืองที่อยู่ในหุบเขาสูงจากระดับน้ำทะเลแค่ 800 เมตรในตอนกลางวันจะเห็นเมืองแบบมัวๆเพราะหมอกควัน ปกคลุมไม่น่าอยู่ครับ เราไปเที่ยวภูเขากันดีกว่า

...เฉินตู – เหอสุ่ย ไม่ไปไม่รู้

เราไปดูสิ่งที่คนไทยยังไม่ค่อยได้ไปกันนัก ขับรถออกจากนครเฉินตูมุ่งหน้าสู่เมืองเม่าเสี้ยน เส้นทางนี้เป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ยุค 5 ปีที่ผ่านมาที่ประเทศจีนเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ ได้รับความเสียหายที่สุดเศร้าโศกสะเทือนใจของพี่น้องประชาชนชาวจีนในครั้งนั้นต้องจารึกไว้ในความทรงจำไม่ว่าจะเป็นเมืองตูเจียงเอี้ยน เมืองหยิงซิ่ว  เมืองเหวินชวน ล้วนแล้วแต่โดนภูเขาถล่มด้วยฤทธิ์แผ่นดินไหว แม้ว่าเราจะเห็นร่องรอยความเสียหายมหาศาล แต่เราก็เห็นรัฐบาลจีนเร่งช่วยเหลือและก่อสร้างเมืองใหม่ขึ้นมาอย่างรวดเร็วทั้งถนนและทางด่วนเพื่อชดเชยให้กับประชาชนแต่ละเมือง  และสร้างอย่างสวยงามเชียว เราก็จอดพักเที่ยวชมเมืองไปเรื่อยๆ เส้นทางสวยงามมากครับ มีภูเขาสูงและแม่น้ำหมิงเจียงที่ไหลเชี่ยว

เม่าเสี้ยนเป็นเมืองที่ก่อสร้างใหม่  และวางผังเมืองได้สวยงามมาก เราอดไม่ได้ที่จะแวะบันทึกภาพทั้งสายน้ำ ภูเขา และบ้านเมือง แล้วก็แวะรับประทานอาหารกลางวัน แต่เราไม่แวะพักค้างคืนเพราะเป้าหมายอยู่ที่เมืองเหอสุ่ย จากเม่าเสี้ยนไปเมืองเหอสุยแค่ 110 กม. ถนนคดโค้ง ยิ่งตอนเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนของทุกปีถนนเส้นนี้จะสดสวยไปด้วยธรรมชาติของผืนป่าเปลี่ยนสีมีทั้งสีเหลืองเขียวและแดง ลำธารใสสีเขียวหยก  เหอสุ่ยเป็นเมืองที่ยังไม่ค่อยเจริญ เป็นหมู่บ้านของชนเผ่าชาวทิเบต คนไทยยังไม่ค่อยรู้จัก ยกเว้นนายสมศักดิ์ ดีไสวนี่แหละไปสัมผัสมาแล้ว ก็เลยมาเล่าสู่กันฟังครับ  จุดท่องเที่ยวเด่นคือ  “ต๋ากู่”  เป็นอุทยานที่มีการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างดี  มีภูเขาหิมะ มีธารน้ำแข็งหรือกราเซีย สุดยอดแห่งความสวยงาม ยิ่งได้นั่งกระเช้าขึ้นสู่ยอดเขาแล้ว สวรรค์ยังต้องเทคะแนนให้เต็มครับ เพราะเป็นธารน้ำแข็งสีขาวหยก ป่าเปลี่ยนสี ทะเลสาบสวย   จิ่วจ้ายโกวที่ว่างามมากแล้วยังต้องยอมแพ้    ที่พักก็ตามสภาพของเมืองเล็กๆแต่ก็สะอาดมาก เมืองนี้ต้องทำใจเรื่องอาหารสักหน่อย สุกี้เนื้อแพะเป็นอาหารขึ้นชื่อ  แต่ผมรับประทานไม่เป็นครับ

...จากเหอสุ่ยสู่ทุ่งหญ้าอันอลังการแห่งหงหยวน...

การเดินทางสายนี้มีหลายรสชาติ ทั้งป่าเขา สายธารและทุ่งหญ้า จากเหอสุ่ยขับรถข้ามภูเขาสูง 4,000 เมตร สู่อีกฝั่งของเมืองก็ต้องตื่นเต้นกับทุ่งหญ้าแห่งเมืองหงหยวน แหม...มันสวยมาก หงหยวนเป็นเมืองเล็กที่อยู่บนที่ราบสูงมีภูเขาที่เป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สุดสายตาอยู่บนความสูงถึง 3,000 เมตร มีสันเขาแบ่งระหว่างสายน้ำฝั่งตะวันออก สายน้ำก็จะไหลลงแม่น้ำหมิงเจียงและไหลลงแม่น้ำแยงซีเกียง อีกฝั่งหนึ่งก็จะไหลย้อนสู่ทิศตะวันตกไปรวมกับแม่น้ำฮวงโหหรือแม่น้ำเหลืองโน่นครับ ทีนี้ความยิ่งใหญ่ของทุ่งหญ้ามันมหาศาลและสวยงามพอๆกับขับรถเที่ยวในทุ่งหญ้ามองโกเลียในนั่นแหละ มีฝูงตัวจามรีนับหมื่นนับแสนตัวเดินเลาะเล็มหญ้าอย่างอิสรเสรี เขาบอกว่าช่วงเดือนตุลาคมจะเป็นช่วงที่สวยที่สุด อ้าว...ก็ตรงกับโปรแกรมของคาราวานเนเจอร์คลับพอดีเลย เลยเมืองหงหยวนขึ้นไปซัก 50 กม. ก็จะเป็นจุดชมวิวที่สวยงามยิ่งของแม่น้ำ
ฮวงโห  แต่ต้องออกแรงเดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆซัก 400 – 500 เมตรก็เหนื่อยพอดู แต่ถ้าเดินขึ้นถึงจะคุ้มค่ามาก เห็นแม่น้ำไหลคดเคี้ยวคล้ายงูใหญ่เลื้อยในทุ่งหญ้าแต่เดินไม่ไหว เขาก็จะมีม้าไว้บริการ ผมลืมถามว่าราคาเท่าไหร่.

...จากหงหยวน สู่ สี่ดรุณี...

“ซื่อกู่เหมียงซาน” หรือภูเขาสี่ดรุณี ที่ทุกคนต้องไปให้ถึง ผมก็ไปถึงมาแล้วเหมือนกับสวรรค์ที่เรายืนอยู่บนวิมานเมฆ จึงไม่แปลกใจที่นักเขียนหลายคนตั้งชื่อภูเขา 4 ยอดนี้ เป็นสาวแรกรุ่นนั่นก็คือยอดเขาสี่ดรุณีคนพื้นเมืองจะเรียกว่าภูเขาสี่สาว มีพี่คนโต คือ “ต้ากู่เหนียงซาน” สูง 5,355 เมตร คนที่สอง “เออร์กู่เหนียงซาน” สูง5,454 เมตร  คนที่ 3 ชื่อ “ซานกู่เหนียงซาน” ส่วนคนสุดท้องน้องคนสุดท้ายชื่อ “ซื่อกู่เหนียงซาน” มีความสูงถึง 6,250 เมตร แต่ละยอดจะมีหิมะปกคลุมทั้งปี ก็เปรียบเสมือนสาวงามที่แต่งตัวรอต้อนรับคนมาเยือน นอกจากยอดเขาสวยแล้วก็ยังมีหุบเขาที่สวยงามจึงเป็นที่มาของการตั้งให้เป็น “มรดกโลกแห่งธรรมชาติ” นะครับ มีหุบเขา “ซวงเฉียวโกว หรือหุบเขาสะพานคู่ ชมหุบเขาหยินหยาง เราก็จะเห็นธารน้ำแข็งแล้วก็ป่าไม้เปลี่ยนสีในเดือนตุลาคม มีภูเขากระจกแก้ว ภูเขาพระอาทิตย์ ภูเขาพระจันทร์ และยอดเขากระต่าย และยังมีทุ่งหญ้าแห่งที่ราบสูงอีกด้วย ทุกท่านครับถ้าจะให้ผมอธิบายให้หมดคงยาก มันยังมีอีกเยอะมาก มียอดเขาพอที่จะยังจำได้ เช่น ยอดเขาพราน ยอดเขาเพชร ยอดเขาโปตาลา และทุ่งธารน้ำใส เหมาะสมกับการบันทึกภาพกักเก็บความทรงจำ ที่ท่านทั้งหลายต้องไปสักครั้งหนึ่งในชีวิต  เขาบอกว่าช่วงเดือนตุลาคมของทุกปีจะสวยที่สุด

..จากสี่ดรุณี ขับรถลงจากภูเขาเข้าเมืองตานปา

          เขาบอกว่าสาวทิเบตแห่งเมืองตานปานี้สวยที่สุดจนมีที่มาของ “หุบเขาแห่งสาวงาม” แต่ผมก็ไม่ได้แวะดูหรอกครับ กลัวเสียเวลา  แต่เมืองนี้ก็เป็นเมืองเอกของจังหวัดกานซือในอดีต เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของทิเบตในอดีต จะเห็นว่ามีป้อมปราการแห่งการระวังภัยเพื่อการสู้รบอยู่ตามหมู่บ้านและภูเขา เป็นเมืองที่ไม่มีพื้นที่ราบให้จอดรถ   ขับรถผ่านก็อึดอัด จะจอดดูสาวก็ไม่ได้ ก็เลยอดดูสาวสวยแห่งตานปา งั้นไปเที่ยวต่อที่เมืองปาเม่ยและเมืองถ่ากงดีกว่า  ขับรถออกจากเมืองตานปาไปเมืองปาเม่ยแค่ 90 กม. ถนนก็คดโค้งบนภูเขาสูงก็จะเห็นธรรมชาติของป่าที่สวยงามสลับกับทุ่งหญ้าแห่งที่ราบสูง มีฝูงจามรีนับพันนับหมื่นตัวเดินเล็มหญ้าอย่างสบายอุรา มียอดเขาหิมะให้เราจอดถ่ายรูป ผมจะบอกให้หากใครได้ขับรถมาเที่ยวเส้นทางนี้จะต้องเตรียมกล้องถ่ายรูปที่มีกิ๊กเยอะๆนะครับ ผมเองก็ชอบครับกิ๊กเยอะน่ะดี... เพราะเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปแน่นอน จากเมืองปาเม่ยเข้าสู่เมืองถ่ากงแค่ 30 กม. ขับรถไม่อยากจะถึงเพราะระหว่างทางมันสวยมาก  ถนนคดเคี้ยวไปตามทุ่งหญ้าเหมือนสนามกอล์ฟ อากาศก็เย็นสบาย

          “ถ่ากง” เป็นเมืองเล็กๆแต่น่ารักและมีความสำคัญมาก มีวัดลามะใหญ่ที่เก่าแก่แบบเดียวกับที่เมือง “แชงกรีลา”  หากท่านใดได้เที่ยวเส้นทางสายนี้แล้วจะลืมเส้นทางแชงกรีลาแน่นอน ถ่ากงเป็นเมืองที่เราต้องแวะพักสักหนึ่งคืน ไหว้พระและทำบุญพร้อมกับชมเมือง ทุกท่านครับเมืองนี้มีความสูง 3,500 เมตรนะครับ ต้องเตรียมตัวกันสักหน่อยเพราะอากาศมันเบาบางอาจจะมึนงงและปวดหัวนิดหน่อย

...จากถ่ากงสู่เมืองคังติ้ง  ชมสุดยอดความงามแห่ง มู่เก๋อซั่ว...

          ถ่ากง-คังติ้ง เส้นทางประเภทงูเลื้อยไต่ระดับความสูงของเนินเขาทุ่งหญ้าถึง 4,500 เมตร ผมไปเห็นสนามบินอยู่บนยอดเขาสูง 4,500 เมตรเป็นสนามบินใหม่ อยู่ห่างจากเมืองคังติ้ง 60 กม. งงครับสุดยอดเลย !!!ลงจากภูเขาสูงสู่พื้นที่ราบต่ำ 2.500 เมตร ก็จะมีแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม อุทยาน “มู่เก๋อซัว” สุดยอดแห่งการมาท่องเที่ยว สวยงามทั้งมวลดอกไม้ ทะเลสาบเจ็ดสี ธารไข่มุก ภูเขาหิมะ และสัตว์ป่านานาชนิดครับ นี่คือ สวรรค์ของนักเดินทางอย่างเรา มู่เก๋อซัวต้องใช้เวลาท่องเที่ยวสัก 3 ชั่วโมงก่อนที่จะเดินทางต่อ ผมออกจากมู่เก๋อซัวก็เดินทางผ่านเมืองคังติ้งก็เจอเส้นทางเฉินตู-ลาซา เมืองหลวงแห่งมณฑลทิเบตที่จีนเริ่มสร้างทางด่วนหากเส้นนี้เสร็จก็เป็นอีกเส้นทางที่น่าสนใจนะครับ ออกจากคังติ้งผมเป็นคนขับรถเลาะตามแม่น้ำต้าตู้เหอเป็นแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวแรงและน่ากลัว แล้วก็ไหลลงสู่แม่น้ำแยงซีเกียง ตอนนี้จีนก็สร้างเขื่อนกันแม่น้ำต้าตู้เหอเป็นเขื่อนใหญ่มาก มีวิวที่สวยงาม เข้าสู่เมืองหลู้ติ้ง เมืองนี้ไม่มีแหล่งท่องเที่ยว แต่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาในกองทัพแดงครั้งที่ต่อสู้กับกองทัพก๊กมิงตั๋ง  มีสะพานหลู้ติ้งเฉียวหรือสะพานโซ่โบราณข้ามแม่น้ำต้าตู้เหอ มีประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก ตอนนี้ก็เหลือแค่ตัวสะพานเก่าๆเป็นอนุสรณ์เท่านั้น จากนั้นผมก็เดินทางไปเมืองเหมียนซี ขึ้นทางด่วนกลับนครคุนหมิงด้วยความสุขกายสบายใจ

          การเดินทางสำรวจเส้นทางนี้เพื่อให้เพื่อนพ้องน้องพี่ได้ชมบรรยากาศของการเดินทางในรูปแบบคาราวานที่คุ้มค่ากับความงาม ความท้าทายของเส้นทาง  เรียกว่าเกินคำบรรยายครับ  ต้องไปดูด้วยตาตัวเองเท่านั้นครับ   เพราะฉะนั้นช่วงเดือนตุลาคมจะเป็นช่วงที่สวยที่สุดนะจะบอกให้

          รายละเอียดการเดินทาง  คลิกดูได้ทางหน้าเว็บไซด์แล้วนะครับ  สำหรับโปรแกรมนี้เป็นการเดินทางข้ามมณฑล ซึ่งต้องใช้เวลาในการยื่นเอกสารขออนุญาตนำรถเข้าจีน ล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 65-70 วัน

ดังนั้นท่านที่สนใจร่วมการเดินทางต้องส่งเอกสารและยืนยันการเดินทาง

ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2555 ครับผม

 

 

 

 

 

 

view